|
แลนด์ลอร์ดลำพูนเฉือนกว่า 700 ไร่ทำนิคมฯ |
|
วันพุธที่ 28 กรกฏาคม 2010 เวลา 09:41 น. |
|
บริษัท น้ำ ดิน ฟ้า ได้เฮหลังจับมือกับ กนอ.จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมลำพูนในเขตพื้นที่ใกล้เคียงกับนิคมอุตสาหกรรมภาค เหนือ จังหวัดลำพูนในพื้นที่กว่า 700 ไร่ ทุนญี่ปุ่นขอดูพื้นที่พร้อมจองทันทีกว่า 200 ไร่ เผยช่วงโรดโชว์ในต่างประเทศไม่มีนักลงทุนรายใดสนใจเรื่องการเมืองไทยแม้แต่ รายเดียว ระบุอีกกว่า 5 โรงงานเริ่มให้ความสนใจตั้งเป้าไม่เกินปลายปี 53 มีการลงทุนเต็มพื้นที่อย่างแน่นอน
นายฟ้าลั่น ณ วิชัย ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท น้ำ ดิน ฟ้า จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมลำพูน ว่าหลังจากที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ได้ให้บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมลำพูน เพื่อรองรับการลงทุนในภาคเหนือที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นปรากฏว่าขณะนี้ มีนักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาดูพื้นที่พร้อมกับจับจองแล้วจำนวน 2 บริษัท คือ บริษัท ฮาน่าฯ โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จองพื้นที่แล้ว 97 ไร่ และบริษัท แคนนอนฯ อีก 160 ไร่ และยังอยู่ในระหว่างการเจรจาอีกไม่ต่ำกว่า 3 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนชาวญี่ปุ่นที่มีโรงงานเดิมในนิคมอุตสาหกรรมภาค เหนืออยู่แล้ว และต้องการขยายโรงงานให้ใหญ่ขึ้นแต่เนื่องจากพื้นที่ของนิคมฯ เดิมเต็มหมดแล้วจึงไม่สามารถขยายเพิ่มเติมได้
“ขณะนี้ในเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือถือว่าเข้าสู่ภาวะการผลิตที่ปกติ แล้ว มียอดสั่งซื้อเข้ามา 100% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มมั่นใจประเทศไทยมากขึ้น ประกอบกับในช่วงที่เราเดินทางไปโรดโชว์ร่วมกับ กนอ.ที่ตลาดต่างประเทศนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่มีใครสนใจเรื่องการเมืองในประเทศไทยเลย ไม่มีการซักถามเกี่ยวกับประเด็นการเมืองแม้แต่คำถามเดียว แต่นักลงทุนส่วนใหญ่จะซักถามแต่เรื่องภาษีบ้างข้อกฎหมายต่างๆ บ้าง บางรายเริ่มชินกับสภาพการเมืองบ้านเราด้วยซ้ำไป” นายฟ้าลั่นกล่าว
นายฟ้าลั่นกล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนการพัฒนาพื้นที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อวางระบบ สาธารณูปโภคทั้งหมดโดยดำเนินการไปแล้วกว่า 20% ส่วนการจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยไม่เกินเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ หลังจากนั้นจะมีการวางศิลาฤกษ์ประมาณเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวนิคมฯอย่างเป็นทางการ และคาดว่าปลายปี53 พื้นที่ทั้งหมดจะมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนเต็มพื้นที่อย่างแน่นอน
“เชื่อว่าระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดจะดำเนินการเสร็จสิ้นประมาณ ปลายปีนี้ พร้อมกับโรงงานต่างๆ ก็จะเริ่มสร้างทันทีโดย 2 บริษัทแรกที่จองเข้ามาแล้วทราบว่าประมาณเดือนมกราคม 53 จะมีการก่อสร้างโรงงานเช่นกัน” นายฟ้าลั่นกล่าว
นายฟ้าลั่นกล่าวต่อไปว่า แม้ว่าในขณะนี้ข่าวเรื่องมลภาวะจะค่อนข้างเป็นที่สนใจทั้งของนักลงทุนหรือ ของชุมชนในบริเวณใกล้เคียงที่พากันกังวลว่าอาจจะเกิดเหตุเหมือนกับที่มาบตา พุด แต่ของนิคมฯลำพูนแห่งนี้จะเน้นคัดเลือกเฉพาะอุตสาหกรรมสีเขียวเท่านั้นเช่น อิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร อาหาร ก่อสร้าง ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น และแม้ว่านิคมฯลำพูนจะมีราคาค่อนข้างแพงกว่าที่อื่นๆ แต่ก็เชื่อว่านักลงทุนที่เข้ามาดูสภาพพื้นที่จริงจะให้ความสนใจ เพราะพื้นที่มีศักยภาพเอื้อต่อการลงทุนรวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน อีกทั้งการคมนาคมก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด
นอกจากนี้ เมื่อพื้นที่ของนิคมฯ ลำพูนเต็มหมดแล้ว นายฟ้าลั่นกล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังมีที่ดินอยู่ในมืออีกกว่า 700 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งกลุ่มผู้บริหารมองว่าอาจจะนำที่ดินดังกล่าวไปพัฒนาเป็นศูนย์การค้าและ แหล่งบันเทิงครบวงจร แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจในอนาคตอีกด้วยว่า แนวทางการพัฒนาจะออกมาในแนวไหนแต่ทางกลุ่มก็จะยืนยันว่าหากมีโครงการใดเกิด ขึ้นก็จะไม่ให้กระทบกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ชุมชนอย่างแน่นอน
สำหรับนิคมฯ ดังกล่าวมีเนื้อที่ทั้งหมด 718 ไร่ แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไป 85 ไร่ เขตประกอบการเสรี 404 ไร่ พื้นที่สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก 229 ไร่ มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,337 ล้านบาท ใช้ในการพัฒนาที่ดิน 918 ล้านบาท และพัฒนาระบบสาธารณูปโภค 419 ล้านบาท โดยนิคมอุตสาหกรรมลำพูนจะใช้เวลาในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความ สะดวกประมาณ 1-1.5 ปี ซึ่งบริเวณที่ดินของโครงการทั้งหมดอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับนิคมอุตสาหกรรม ภาคเหนือ จังหวัดลำพูน ทั้งนี้ เพราะพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเดิมได้ขยายเต็มพื้นที่แล้ว
อนึ่ง นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูนเดิมนั้นมีเนื้อที่ทั้งหมด 1,788 ไร่ แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไป 351 ไร่ เขตประกอบการเสรี 805 ไร่ และเขต ที่พักอาศัย/พาณิชย์ 90 ไร่ มีโรงงานอุตสาหกรรม 70 โรง มีพนักงานรวม 47,525 คน ซึ่งมีการลงทุนเต็มพื้นที่เหมดแล้ว จึงต้องมีการขยายนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเพิ่มอีก 1 แห่ง แต่ใช้ชื่อว่านิคมอุตสาหกรรมลำพูน โดยให้บริษัท น้ำ ดิน ฟ้า จำกัด เป็นผู้พัฒนาและบริหารร่วมกับ กนอ.ดังกล่าว
manager
|